เมื่อ Digital Disruption และ COVID-19 บังคับให้ทุกธุรกิจต้องเปลี่ยน เราจะมีวิธีการเปลี่ยนอย่างไรให้มั่นคงที่สุด เพื่อเป็นแนวทางแก่ผู้ดำเนินการธุรกิจเพื่อสังคม ในการนำดิจิทัลเข้ามาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อองค์กร เราได้สรุปเนื้อหาที่น่าสนใจจากงาน Talk ทั้งสองวันมาให้แล้วที่นี่
โดยเหล่าผู้เชี่ยวชาญ 7 ท่าน ได้แก่
บทบาทสำคัญของ Digital ในยุค Digital Disruption และการเข้ามาของ COVID-19
“ผู้บริโภคมีความต้องการมากขึ้น เปลี่ยนแปลงเร็วขึ้น มีตัวเลือกมากขึ้น ใครที่จะทำธุรกิจต้องมีการปรับตัวที่รวดเร็ว เพราะอะไรที่มันแน่นอนมันจะไม่แน่นอนแล้ว เราจะทำยังให้อยู่กับความไม่แน่นอนได้อย่างยั่งยืน สิ่งที่สำคัญกับธุรกิจขนาดเล็กคือการปรับตัว เทคโนโลยีเป็นส่วนเสริม สิ่งสำคัญคือการรู้จักลูกค้าตัวเองดี และมีกระบวนการตัดสินใจที่รวดเร็ว ให้โฟกัสกับตลาดของตัวเองมากกว่าเทคโนโลยี เลือกใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสม แล้วค่อยๆปรับไป องค์กรเล็กจะได้เปรียบเพราะคนน้อยกว่าทำให้ปรับได้ง่ายกว่าและเร็วกว่า”
การปรับตัว / เทคโนโลยี / การรู้จักลูกค้าตัวเอง
คุณกวีวุฒิ เต็มภูวภัทร
สิ่งที่สำคัญที่สุด คือ การเข้าถึงผู้คน การเข้าใจลูกค้า เข้าใจ Nature ของคนแต่ละ แพลตฟอร์ม ว่าใช้อะไรช่องทางไหน เพื่อดูว่าจะนำมาปรับใช้กับธุรกิจของเราอย่างไร
เข้าใจผู้คน
คุณพิริยะ กุลกาญจนาชีวิน
ธุรกิจควรปรับตัวอย่างไรในยุค Digital Disruption และ New Normal
จริง ๆ ยุคนี้ Disrupt ทุกอย่าง ธุรกิจจะต้องปรับตัวอย่างรวดเร็ว จะต้องไหลลื่นได้มากขึ้นต่อความท้าทายที่เข้ามา ยกตัวอย่างธุรกิจโรงแรม ที่มีความจำกัดในเรื่องการลงทุนสร้าง (Asset).. สิ่งที่ทำได้คือ 1. ”การเข้าใจแก่นแท้ (Value) ของธุรกิจ” ว่าที่เราทำธุรกิจนี้คืออะไร เช่น Hostel คือความเป็น Host การ Connect แขกเข้ากับชุมชน 2. นิสัยที่ปรับตัวต่อเรื่องใหม่ ๆ
เข้าใจแก่นแท้ของธุรกิจ และปรับตัว
คุณศานนท์ หวังสร้างบุญ
ความปกติใหม่ หรือ New Normal อาจเป็นแค่ช่วงเวลานึง สิ่งที่อยากให้มองมากๆ คือเราจะทำอย่างไรกับอนาคต Quote หนึ่งที่ชอบมาก “The best way to predict the future is to create it” มันไม่มีประโยชน์ถ้าเราจะมาคุยกันว่าโลกอนาคตจะเป็นอย่างไร สิ่งที่สำคัญกว่าคือการที่เราสร้างอะไรขึ้นมา ให้มองว่าเทคโนโลยี หรือ แพลตฟอร์ม ต่าง ๆ จะเข้ามาช่วยธุรกิจที่กำลังดำเนินการได้อย่างไรบ้าง และเข้ามาช่วยแก้ปัญหาทางสังคมได้อย่างไร เพราะหลังจากนี้จะไม่มีการทำงานที่แยกกันหรือขาดจากกันโดยสมบูรณ์ การดำเนินงานทางธุรกิจก็จะมีหัวใจทางสังคมเข้ามาร่วมด้วย
กลยุทธ์กับสิ่งแวดล้อมจะต้องตรงกัน
ดร.ธนัย ชรินทร์สาร
โดยเอาเทคโนโลยีมาใช้มากขึ้น เช่น Paper less การลดขั้นตอนการทำงาน ดูว่าขั้นตอนไหนที่ไม่จำเป็นตัดออกได้ หรืออะไรที่เอาเทคโนโลยีเข้ามาใช้ได้ เพราะความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นเร็วมาก ฉะนั้นการที่ขั้นตอนเราสั้นลง ชีวิตจะง่ายขึ้นในการรันธุรกิจ และยังลดต้นทุนได้ เช่น การใช้ลายเซ็นต์ digital Print ลดทั้งการส่งเอกสาร และลดทรัพยากร
Simplify ขั้นตอนการทำงาน
คุณชิตพล วัชราพันธ์
ดิจิทัลสำคัญต่อองค์กรเพื่อสังคม (Social Enterprise) อย่างไร
1) Digital ช่วยในการดูพฤติกรรมผู้บริโภค (Consumer Behavior) และตัดสินใจ โดยเฉพาะ ช่วงต้น ๆ ของการทำกิจการเพื่อสังคม (Social Enterprise : SE) เราต้องดูว่า Solution ของเรา สิ่งที่เราคิดมันเป็นจริงมั้ย ฉะนั้นข้อมูลจึงเป็นพื้นฐานสำคัญ เช่น Online learning ต่อเด็กยากจน ข้อมูลเข้ามา Track พฤติกรรมของเด็ก ๆ ว่ารูปแบบการเรียนของเด็กเป็นอย่างไร 2) Data helps deliver insight เป็นพื้นฐานในการพิสูจน์ข้อมูลต่าง ๆ ซึ่งในมุมมของ SE ถ้าเรามี data เราจะรู้ว่าความต้องการของปัญหาคืออะไร จะต้องเข้าไปช่วยกลุ่มไหน และช่วยเรื่องไหนเป็นพิเศษ 3)ยุค Social Media เราสามารถใช้ Social Branding และ Communication เพื่อช่วยสนับสนุนในสิ่งที่เราสนใจได้ โดยเฉพาะในสมัยนี้ที่เป็น Sub group / Micro group ทำให้คนที่สนใจเรื่องเดียวกันมารวมกลุ่มกันได้
Digital ทำให้มีข้อมูลที่ช่วยให้ตัดสินใจเร็วขึ้น และพัฒนาปรับเปลี่ยน Solution ให้ดีขึ้น
คุณจินต์ภาณี สุขวัฒโน
1) Digital helps empower เป็นเครื่องมือที่ช่วยดึงคนที่จะแก้ปัญหาเรื่องเดียวกันเข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาสังคมได้ แทนที่จะให้รัฐบาลออกนโยบายแบบ Top down อย่างเดียว 2) Data x tech helps specific the target ช่วยให้แก้ไขปัญหาได้ตรงจุดมากขึ้น ดังนั้นการนำดิจิทัลเทคโนโลยีเข้ามาใช้มันจะช่วยให้เราตอบสนองต่อความต้องการของสังคม ต่อความต้องการของคนที่เราอยากจะช่วยให้แม่นยำมากขึ้น
Digital helps Empower
คุณเอด้า จิรไพศาลกุล
แนะนำวิธีการใช้ดิจิทัลแบบคนเพิ่งเริ่มต้น เพื่อการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายแบบง่าย ๆ
ปัญหาสังคมทุกวันนี้ก็ยากและท้าทายอยู่แล้ว ซึ่งถ้าเราทำให้ Solution ยากซับซ้อนขึ้นไปอีก สิ่งที่เกิดขึ้นคือ มันอาจจะไม่เกิดการเอาไปใช้จริง ส่วนใหญ่ทุกคนตั้งโจทย์ปัญหาสังคมและมี Passion โดยขาดความเข้าใจประเด็นปัญหาอย่างลึกซึ้ง ซึ่งหลาย ๆ ครั้ง Passion ไม่ได้ตอบโจทย์ปัญหาที่แท้จริงรึเปล่า แล้วคนต้องการใช้ solution นั้นจริง ๆ มั้ย
ดิจิทัลไม่ใช่ทางออกที่ Advance “อย่าทำให้ซับซ้อน”
คุณจินต์ภาณี สุขวัฒโน
สิ่งที่อยากฝากคือการนำดิจิทัลมาใช้ไม่ต้องใช้อะไรแพง ๆ ใช้แพลตฟอร์มฟรีก่อน เพื่อดูว่าความเป็นไปได้ของธุรกิจ แล้วเราค่อยไปลงทุนกับดิจิทัลอื่นที่จะมาซัพพอร์ต ในมุมมองด้านการท่องเที่ยว ปีที่แล้วมีทำ Local Aroi โดยการจัดงานตามบู๊ท พอโควิดมาก็ทำ Delivery โดยใช้ดิจิทัลผ่านแพลตฟอร์มง่าย ๆ ได้แก่ Line Facebook และ Instagram ต่อมาเปิด Local A Lot เป็นแพลตฟอร์มตัวกลางที่เอาสินค้าชุมชนมาขาย เพราะคนต้องช็อปปิ้ง เช่น เราขายข้าวเหนียวมะม่วง ก็เอาเชฟมาทำอาหารสวย ๆ ถ่ายรูป ลงเพจ ขายผ่านไลน์ และสิ่งที่กำลังจะทำคือแอพพลิเคชั่น Local Kit ให้ชุมชนที่ทำเรื่องท่องเที่ยวกรอกข้อมูลผลตอบแทนจากการลงทุน ในแง่ของผลกระทบทางสังคม และเก็บข้อมูลว่าคนที่ไปเที่ยวในชุมชนนี้มี เพศ อายุ การใช้จ่าย และมี feedback อย่างไร แล้วเราก็นำข้อมูลไปทำการตลาด และขอความช่วยเหลือต่อไป”
มองหาความเป็นไปได้ของธุรกิจ จากแพลตฟอร์มต่างๆ
คุณชิตพล วัชราพันธ์
ในยุคโควิดคนเข้ามาในโลกออนไลน์มากขึ้น ซึ่งเราสามารถเข้าถึงคนเหล่านี้ได้ง่ายมากขึ้น กว่าการเดินแจก Survey คนทำงานต้องรู้ว่าเครื่องมือเหล่านี้ช่วยอะไรเราได้ ซึ่งง่ายกว่าโลกออฟไลน์เยอะมาก ๆ เช่น ยิงโฆษณา แค่ 100 บาท เพื่อลองหากลุ่มเป้าหมายว่ามีใครสนใจเรื่องเหล่านี้หรือไม่ แล้วดูสถิติก่อนจะสร้าง ผลิตภัณฑ์ วิธีนี้ช่วยลด Cost ในการ Validate idea
โลกออนไลน์ง่ายกว่าโลกออฟไลน์มาก
คุณกวีวุฒิ เต็มภูวภัทร
ทั้งหมดนี้เป็นการสรุปบทสัมภาษณ์สำคัญที่เกี่ยวกับการดำเนินธุรกิจในยุคดิจิทัล เชื่อว่าจะช่วยให้ผู้อ่านเห็นถึงความสำคัญของการนำดิจิทัลเข้ามาใช้งานในการทำงานได้มากขึ้น เพราะจากที่เราเห็นการนำดิจิทัลเข้ามาใช้ไม่จำเป็นต้องซับซ้อน ลองใช้แค่แพลตฟอร์มพื้นฐาน ด้วยวิธีง่าย ๆ เราจะเห็นแนวทางการพัฒนาต่อไปได้
ผู้ที่สนใจชมไลฟ์ย้อนหลังของทั้งสองวัน สามารถตามดูได้ที่
Live วันเสาร์ที่ 6 มิถุนายน 2563
Live วันอาทิตย์ที่ 7 มิถุนายน 2563