Hello world!
Welcome to WordPress. This is your first post. Edit or delete it, then start writing!
Welcome to WordPress. This is your first post. Edit or delete it, then start writing!
สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ร่วมกับ สถาบันชุณหะวัณเพื่อการพัฒนาธุรกิจเอสเอ็มอีอย่างยั่งยืน มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน ร่วมจัดกิจกรรมแถลงผลการดำเนินงาน หน่วยขับเคลื่อนนวัตกรรมเพื่อสังคม เพื่อนำนวัตกรรมไปใช้ประโยชน์ ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ที่สามารถแสดงให้เห็นถึงประโยชน์ในการผลักดัน “ผลงานนวัตกรรมเพื่อสังคมพร้อมใช้ สู่การนำไปแก้ไขปัญหาของพื้นที่ชุมชนได้จริง” เมื่อวันที่ 13 มิถุนายน 2567 ณ โรงแรมแคนทารี จังหวัดนครราชสีมา . ในการนี้ได้รับเกียรติจาก ดร.สุรอรรถ ศุภจัตุรัส รองผู้อำนวยการด้านเศรษฐกิจและสังคม และรองศาสตราจารย์ ดร.บัณฑิต กฤตาคม รองอธิการบดี ฝ่ายวิจัย พัฒนานวัตกรรม และบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน ร่วมกล่าวเปิดกิจกรรมแถลงผลการดำเนินงาน “หน่วยขับเคลื่อนนวัตกรรมเพื่อสังคม เพื่อนำนวัตกรรมไปใช้ประโยชน์ ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง” ภายในงานได้มีนิทรรศการผลงานนวัตกรรมที่ได้ขยายผล และการเสวนาในหัวข้อ “บทบาทของการขับเคลื่อนนวัตกรรมเพื่อสังคม เพื่อนำนวัตกรรมไปใช้ประโยชน์ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง” และ หัวข้อ “สะท้อนความสำเร็จ นวัตกรสู่ผู้นำนวัตกรรมไปใช้แก้ไขปัญหาในพื้นที่” โดยแสดงถึงมุมมองของหน่วยงานและชุมชนที่มีส่วนร่วมในการผลักดัน นวัตกรรมพร้อมใช้ที่พร้อมตอบโจทย์ปัญหาและตรงตามความต้องการของชุมชน อันจะนำไปสู่โมเดลการแก้ปัญหาสังคมได้อย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน
สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดยฝ่ายนวัตกรรมเพื่อสังคม ร่วมกับ สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจเพื่อสังคม (สวส.) จัดกิจกรรม Demo Day ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ Impact Accelerator for Innovative SE โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมวิสาหกิจเพื่อสังคม กลุ่มกิจการเพื่อสังคม และกลุ่มธุรกิจนวัตกรรมเพื่อสังคมให้เกิดแนวคิดของการพัฒนานวัตกรรมและสร้างศักยภาพด้านนวัตกรรมของตน เพื่อกระตุ้นให้เกิดสร้างสรรค์นวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่ ๆ อันจะนำไปสู่โมเดลการแก้ปัญหาสังคมได้อย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน . ภายในงานทีมที่ผ่านเข้ารอบสุดท้าย จำนวน 9 ทีม จาก 34 ทีม ได้นำเสนอแนวคิดนวัตกรรม และรับฟังข้อเสนอแนะจากกรรมการเพื่อนำไปปรับใช้ในการประกอบธุรกิจนวัตกรรมเพื่อสังคมต่อไป โดยได้รับเกียรติ จากผู้ทรงคุณวุติของหน่วยงานพันธมิตร ได้แก่ ธนาคารออมสิน บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) มูลนิธิอโชก้า (ประเทศไทย) และสมาคมธุรกิจเพื่อสังคม มาเป็นกรรมการในครั้งนี้ด้วย
NIA โดยฝ่ายนวัตกรรมเพื่อสังคม ร่วมกับ สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจเพื่อสังคม หรือ สวส. จัดกิจกรรม “Open Day: Impact Accelerator for Innovative SE” ซึ่งได้รับเกียรติจาก ดร.กริชผกา บุญเฟื่อง ผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) และคุณนภา เศรษฐกร ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจเพื่อสังคม ร่วมกล่าวเปิดกิจกรรม เมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม 2567 ผ่านระบบประชุมอิเล็กทรอนิกส์ (Zoom Meeting) . กิจกรรม Impact Accelerator for Innovative SE มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมให้วิสาหกิจเพื่อสังคม กลุ่มกิจการเพื่อสังคม และกลุ่มธุรกิจนวัตกรรมเพื่อสังคม เกิดแนวคิดของการพัฒนานวัตกรรมและสร้างศักยภาพด้านนวัตกรรมของตน เพื่อกระตุ้นให้เกิดการสร้างสรรค์นวัตกรรม อันจะนำไปสู่การแก้ปัญหาสังคมได้อย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน โดยมีผู้สนใจและได้รับการคัดเลือกเข้าโครงการทั้งสิ้น 34 ทีม . โดยกิจกรรมนี้ประกอบด้วยการอบรมจากผู้ทรงคุณวุฒิสาขาต่างๆ มาให้ความรู้แก่ผู้เข้าร่วมโครงการ และการเปิดคลินิกให้คำปรึกษาในการพัฒนานวัตกรรมเพื่อสังคม ซึ่งทีมที่ผ่านการคัดเลือก…
ขอเชิญผู้ที่สนใจ ผู้ประกอบการ วิสาหกิจเพื่อสังคม วิสาหกิจชุมชน หรือนิติบุคคล สมัครเข้าร่วมโครงการเพื่อขอรับการสนับสนุนการพัฒนาผลงานนวัตกรรมเพื่อสังคม ปี 2569 หัวข้อที่เปิดรับ ✳️ นวัตกรรมด้านอาหาร (Food Innovation) ✳️ นวัตกรรมด้านการแก้ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Tech Innovation) ✳️ นวัตกรรมด้านดิจิทัล (AI Robotic IoTs: ARI Innovation) พื้นที่ดำเนินโครงการ ภาคเหนือตอนบน 1 : จังหวัดเชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน ลำปาง และลำพูน SID มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ – เปิดรับสมัครตั้งแต่วันนี้ – 8 พฤษภาคม 2569 ผู้สนใจสามารถดูรายละเอียดได้ที่นี่ ภาคเหนือตอนบน 2 : จังหวัดน่าน พะเยา เชียงราย และแพร่ SID มหาวิทยาลัยพะเยา – เปิดรับสมัครตั้งแต่วันนี้ – 30 เมษายน 2569 ผู้สนใจสามารถดูรายละเอียดได้ที่นี่ ภาคเหนือตอนล่าง : จังหวัดตาก พิษณุโลก สุโขทัย…
พลิกจากปัญหาดินไร้คุณภาพ พัฒนาเป็นสีธรรมชาติคุณค่าสูงในวงการสิ่งทองานศิลปะ พร้อมก้าวสู่สากล เรื่องราวมหัศจรรย์ของสีดินเริ่มต้นบนพื้นที่ปลูกครามประมาณ 7 ไร่ของ ‘ศูนย์การเรียนรู้อ้วนกลมแฮปปี้ฟาร์ม(2560)‘ ตำบลบ้านตาด จังหวัดอุดรธานี ซึ่งก่อตั้งโดยคุณก่อคเณศ รุ้งสันเทียะ (อ.เณศ อ้วนกลม) นวัตกรชุมชนหนุ่มไฟแรงจากนครพนม จบการศึกษาสาขาจิตรกรรมประติมากรรมภาพพิมพ์ จากสถาบันเทคโนโลยีราชมงคล ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภรรยาสาวชาวสกลนคร ผู้ชำนาญงานผ้าย้อมคราม คุณพสธร เดชศิริอุดม (อ.หยก อ้วนกลม) อ้วนกลมแฮปปี้ฟาร์ม เมื่อแรกก่อตั้งประมาณปี 2559 มีจุดประสงค์เพื่อสอนงานทอผ้า ย้อมผ้าให้ชาวบ้าน เพื่อนำวัฒนธรรมการทอผ้าที่สูญหายไปจากพื้นที่บ้านตาดกลับคืนมา เนื่องจากในช่วงระยะเวลานั้น ชาวบ้านพากันละทิ้งอาชีพการทอเสื่อ ทอผ้า เลิกปลูกหม่อนปลูกไหม ไม่ทำแม้กระทั่งการทอผ้าฝ้ายขาวเพื่อถวายพระในประเพณีงานบุญเข้าพรรษา แล้วหันไปทำอาชีพค้าขาย จวบจนเมื่อหลวงตาบัวละสังขาร ผู้คนจากทุกสารทิศที่เคยมาวัดเริ่มซาลง อาชีพค้าขายเริ่มซบเซา การชักชวนให้ชาวบ้านกลับมาสนใจและฝึกฝนงานทอผ้าอีกครั้งเพื่อเป็นอาชีพเสริมจึงทำได้ไม่ยาก สิ่งจำเป็นลำดับต้นๆ อีกเรื่องหนึ่งที่ต้องทำพร้อมกับงานปลูกบ้าน คือการหาแหล่งน้ำ เพื่อใช้ในชีวิตประจำวัน และใช้ในกิจการของทางศูนย์ฯ เมื่อลงมือขุดบ่อบาดาล 3 ครั้ง กลับพบว่าพื้นที่บริเวณนั้นใช้น้ำบาดาลไม่ได้ โดยขุดครั้งแรก เมื่อเทน้ำที่ได้ลงดินจะกลายเป็นเกลือ ขุดครั้งที่ 2 พบน้ำสีเหลือง รสชาติกร่อย ขุดครั้งที่ 3…